Ad and YouTube

posted on 24 Dec 2011 14:15 by chamapooh
 
 
ก่อนอื่นขอแนะนำให้เปิดคลิปข้างบนดูก่อนที่จะอ่านต่อไป แล้วให้ลองคิดว่าจดจำอะไรได้บ้างจากคลิปนี้
 
แน่นอนว่าสิ่งที่คุณจะได้จากคลิปนี้ก็คงไม่พ้น
1. หมา Gloden Retriever 1 ตัว นั่งฟังเพลง
2. เสียงกีตาร์ทำนองเพลงอะไรที่อาจจะไม่รู้จัก
3. กระป๋องเบียร์วางอยู่บนโต๊ะ
 
ไอ้ตัวที่แปลกก็คงจะเป็นกระป๋องเบียร์ ที่วางหันหน้าชื่อยี่ห้อออกมาทางกล้องได้อย่างเจาะจง ถ้าคนที่ดูผ่านๆ อาจจะแค่คิดว่านักดนตรีก็เล่นดนตรีไป ดื่มเบียร์ไป ไม่แปลกอะไร
 
แต่ถ้าดูไปแล้วทั้งคลิปมีวัตถุแค่สองสิ่งที่เราเห็นได้ชัดเจน คือ หมา กับกระป๋องเบียร์
ดังนั้นคงพอสรุปได้ว่าสองสิ่งนี้แหละคือสิ่งที่ต้องการสื่อถึงคนดู
 
กลยุทธ์แบบนี้คิดว่าเริ่มแพร่หลายออกมามากตั้งแต่ที่คนหันมาเล่น YouTube ,มากขึ้น
เว็บไซต์สำหรับโพสต์วีดีโอได้รับความนิยม ไม่ว่าจะเป็นการดูเพื่อสาระ หรือบันเทิง
บริษัทต่างๆ หันมาทำมาหากินด้านการโฆษณากันอย่างล้นหลาม
คนที่เคยทำงานในวงการสื่อสิ่งพิมพ์ ภาพยนตร์ โทรทัศน์ หันมาใช้สื่อใกล้ตัวอย่างอินเทอร์เน็ตกันมากขึ้นในการเผยแพร่ผลงาน
หลายคนหันมาทำรายการออนไลน์ แทนที่จะเป็นรายการในโทรทัศน์ทั่วๆ ไป
ยิ่งยอดผู้ชมมากเท่าไหร่ ยิ่งเป็นตัวดึงดูดโฆษณาให้เข้ามามากยิ่งขึ้นเท่านั้น
แล้วใครหล่ะ? จะปฏิเสธรายได้ ที่เข้ามาหาเราเองง่ายๆ อย่างนี้
สิ่งที่ต้องทำ ก็คือ ทำวีดีโออะไรก็ได้ ที่เราสนใจ ที่เราชอบ โพสมันลงไปบนเว็บไซต์
อาศัยการบอกต่อปากต่อปาก ยิ่งในยุคที่คนเราชอบแชร์ (share) กันตลอดเวลาแบบนี้ ยิ่งง่ายต่อการเป็นที่พูดถึง
 
และจากวีดีโอด้านบนคงไม่ต้องบอกว่า ถึงแม้คนส่วนใหญ่จะรู้ว่านี่คือการโฆษณาแฝง
แต่มันกลับไม่ได้ดูน่ารำคาญมากไปกว่า รายการที่พูดๆ อยู่ ก็็อ้อมโลกไปจนเจอเรื่องที่ตัวเองได้รับค่าโฆษณามา
กว่าจะกลับมาเนื้อหาจริงๆ ก็ทำเอาเรากดข้ามไปหลายตอนแล้ว
 
นอกจากจะง่าย ดูไม่รกหู (แต่อาจจะรกตาบางคน) แล้ว ยังทำให้ผู้บริโภคได้รับรู้ถึงตราสินค้าของตัวเอง อย่างผู้เขียนไม่เคยเห็นเบียร์ยี่ห้อนี้มาก่อน (คาดว่าไม่ได้ขายในป.ไทย) แต่ก็จำชื่อยี่ห้อได้แล้ว
หนทางง่ายๆ ค่าโฆษณาก็ไม่แพง แถมยังมีโอกาสที่จะเข้าถึงตัวผู้บริโภคได้อย่างตรงกลุ่มมากกว่าอีกด้วย
(เนื่องจากผู้เล่นอินเทอร์เน็ตส่วนใหญ่ก็เป็นวัยรุ่นจนถึงวันกลางคน ดังนั้นย่อมมีโอกาสดื่มเบียร์อยู่แล้ว)
 
ถ้าใครสนใจจะเอาโฆษณามาลงก็ได้นะ แต่อาจจะมีคนเห็นน้อย-ไม่มีเลยก็ได้ 555

BONES

posted on 23 Dec 2011 14:09 by chamapooh

After watching Bones for almost 2 days (All the time lol), i wonder if someone who never got a chance to go to dentist. So he got none of his teeth print (I don't know the words since i watched it in Thai)

If he somehow was murdered and nobody can prove who is he. and he got no evidence. Not anything at all. And They can't check with his teeth print either.

So we'll never know who he is. That's very very poor of him. Because his family will never know where he's gone or he was dead/alive.

Does that make any sense?

Ummm. I think i have to go to the dentist soon.

คนติดซีรีส์

posted on 29 Aug 2011 17:17 by chamapooh
 
4-5 วันที่ผ่าน เพื่อนแนะนำให้ดูซีรีส์เกาหลีเรื่อง Secret Garden
ก็เชื่อเพื่อน ดูตามเพื่อน...
 
ผลลัพธ์ของการเชื่อคนง่ายคืออะไร...?
กลายเป็นว่าเราติดซีรีส์ไปเลยน่ะสิ!
 
ตอนนี้นั่งดูซีรีส์เรื่องต่อเรื่องเลย ดูทุกวันเลย
การรงการเรียนไำม่สนใจแล้ว อยากดูแต่ซีรีส์ทั้งวันทั้งคืน 555
เลยว่านั่งวิเคราะห์
"สาเหตุที่ซีรีส์เกาหลี/ญี่ปุ่น/ไต้หวัน ว่าทำไมถึงได้ดึงดูดเรามากกว่าที่ละครไทยสามารถทำได้"
หมายเหตุนะ จุ๊จุ๊*  เรื่องที่ติดส่วนมากเป็นซีรีส์วัยรุ่น อาทิเช่น Secret Garden, You're beautiful, Hana Kimi ฯลฯ
 
1. ซีรีส์จากฝั่งเอเชีย (Asian Series) พวกนี้ (ตามหมายเหตุ) มักจะมีภาพสวยๆ มุมกล้องจะดูดีมากดูแล้วลื่นตา
2. ทุกเรื่อง พระเอกจะขี้เก๊ก ตามมาดพระเอก แต่เวลาเล่นกับนางเอกจะมีความทะเล้นน่ารัก แล้วยังมีบุคลิกที่ดีมาก ซึ่งเป็นคุณสมบัติของผู้ชายที่ผู้หญิงแทบทุกคนใฝ่ฝันถึง
3. ความรักของทั้งสองคนมักดูลำบากแบบเว่อร์มากตั้งแต่ต้น ไม่ว่าจะเป็น Secret Garden ที่นางเอกเป็นสตั๊นท์คิวบู๊จนๆ พระเอกเป็นถึง CEO เจ้าของห้างที่โคตรรวย (เทียบกับเมืองไทยอาจจะเป็นน้องพีช จาก SuckSeed ทายาทเจ้าของ Central ก็ได้) คิดว่าความรักแบบนี้เกิดขึ้นได้จริงๆ เหรอ? ไม่มี๊ไม่มีทาง เราคนนึงแหละคิดว่าแม่งโคตรเป็นไปไม่ได้ แต่ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เวลาดูแล้วโคตรลุ้น เพราะมันเพ้อฝันไง
4. หลายๆ เรื่อง (ความจริงก็เกือบทุกเรื่อง) พระเอกจะเป็นคนรวย มีการศึกษา แต่นิสัยในระยะต้นๆ จะแย่ถึงขั้นเลว เพราะมันจะดูถูกนางเอกทุกอย่าง รังเกียจคนจน เจ้าชู้ ช่างเที่ยว มั่ว แต่พอมารักกับนางเอกพระเอกจะกลายเป็นคนดีอย่างไม่น่าเชื่อ โอ้ว! นี่เรียกว่าอานุภาพแห่งความรักทำให้ผู้ชายกลายเป็นคนใหม่ได้ และแน่นอนผู้หญิงชอบอะไรแบบนี้มาก เป็นเหมือนความฝันเลยถ้าได้เจอเรื่องแบบนี้กับตัวเอง
5. นางร้ายหรือตัวอิจฉาในเรื่อพวกนี้จะไม่มีการออกมาสาดน้ำกรด หรือลงไม้ลงมือกับนางเอก แต่เธอจะใช้มารยาสาไถ ใช้คำพูดที่ดูดีแต่คมกริบดูถูกฐานะนางเอก (ก็นางเป็นผู้ดีนี่หน่า) จนนางเอกรู้สึกต้อยต่ำ ยอมสละพระเอกกลับไปหาพระรองที่แสนดี ที่รอคอยเธออยู่เสมอ ไม่้ว่าเธออยู่ที่ใด~
6. อันนี้เป็นอันที่เรารำคาญนางเอกมาก นางเอกมักจะโอเวอร์แอคติ้งในทุกเรื่อง ไ่ม่ว่าจะเรื่องศักดิ์ศรี ฉันไม่ยอม เธอจะมาพูดดูถูกฉันอย่างนี้ไม่ได้ แล้วเธอจะโกรธพระเอก ตบหน้า ด่าแรงๆ ให้พระเอกโกรธ ต่างคนต่างโกรธ แล้วก็ต้องกลับมาง้อกันอีกรอบ จะได้รักกันได้ ซึ่งถ้าเป็นชีวิตจริงนะ ถ้าพระเอกมันพูดขนาดนั้น เราเลิกยุ่งแล้ว ไม่ต่อความยาวสาวความยืด จบกัน อ้าว แล้วจะรักกันได้ไง ก็ไม่มีอะไรให้ดูสิ 555
นึกออกเท่านี้พอก่อนนะ
 
ในขณะที่ละครไทย
1. หลายเรื่องแสงแย่มาก โดยเฉพาะหลังๆ ช่อง 7 ดูแล้วปวดตา มุมกล้องก็ธรรมดาๆ (เห็นละครเกาหลีบางเรื่องก็เป็น ก็ไม่ดูเหมือนกัน)
2. เนื้อเรื่องก็เดิมๆ นางเอกพระเอกนางร้าย นางร้ายร้ายจนไม่น่าเชื่อ เราเชื่อเสมอว่าคนทุกคนมีด้านดีอยู่ในตัว ไม่มากก็น้อย แต่ทำไมนางร้ายไทยบางเรื่องมันไม่มีอะไรดีเลย?
3. รู้สึก(ส่วนตัว) ว่าพระเอกที่ดีที่จะทำให้เราติดละคร/ซีรีส์เรื่องนั้นได้ จะต้องแสดงได้เข้าถึงบทบาทจริงๆ แต่ละครไทยหลายเรื่อง พระเอกเล่นทิ่อมาก ดูแล้วไม่ได้รู้สึกตามเลย คนที่เล่นๆ ดีหน่อย ก็เช่น พี่เคน ธีรเดช พี่ติ๊ก เจษฯ (นึกออกเท่านี้ เพราะช่วงหลังไม่ค่อยได้ดูดาราใหม่ๆ เลยนึกไม่ออกว่าใครเล่นดีบ้าง)
 
สรุป ก็ชอบทั้งสองอย่างแหละนะ แต่ถ้าเป็นของไทย ก็ขอเป็นฉบับนิยายมากกว่า อ่านแล้วเข้าถึงบทได้มากกว่านั่งดูทีวีซะอีก
 
ปล. หลังจากนี้จะดูแค่วันละตอนก็พอนะ กลับสู่โหมดขยันได้แล้ว 555